ราชบัณฑิตยสภามีมติ “เมตาเวิร์ส” ให้ใช้คำไทยว่า “จักรวาลนฤมิต”

ราชบัณฑิตยสภามีมติ “เมตาเวิร์ส” ให้ใช้คำไทยว่า “จักรวาลนฤมิต”

ภาพจาก 
https://img.pptvhd36.com/thumbor/2021/12/03/news-370e4fb9c3.jpg

คณะกรรมการจัดทำพจนานุกรมศัพท์นิเทศศาสตร์ร่วมสมัย ราชบัณฑิตยสภา มีมติบัญญัติคำว่า “เมตาเวิร์ส” เป็นไทยว่า “จักรวาลนฤมิต”

ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข กับโปรโมชั่นบัตรของขวัญ PlayStation สุดพิเศษส่งท้ายปี พร้อมรับฟรี! ของที่ระลึกสุดเอ็กซ์คลูซีฟ วันนี้ – 2 มกราคม ศกหน้า เท่านั้น

ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข กับโปรโมชั่นบัตรของขวัญ PlayStation สุดพิเศษส่งท้ายปี พร้อมรับฟรี! ของที่ระลึกสุดเอ็กซ์คลูซีฟ วันนี้ – 2 มกราคม ศกหน้า เท่านั้น

ภาพจาก 
https://i0.wp.com/www.itnews24hrs.com/wp-content/uploads/2021/12/1.jpg?fit=1020%2C573&ssl=1

ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข กับโปรโมชั่นสุดพิเศษส่งท้ายปี “Incredible Deals” พร้อมมอบของขวัญล้ำค่าสำหรับลูกค้าที่ซื้อบัตรของขวัญ PlayStation ในราคา 1,000 และ 2,500 บาท จากร้านสะดวกซื้อชั้นนำทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็น เซเว่นอีเลฟเว่น, มินิ บิ๊กซี, แฟมิลี่มาร์ท, โลตัส เอ็กซ์เพรส และโลตัส โก เฟรช พร้อมลงทะเบียนรับฟรี! ของที่ระลึกสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ตั้งแต่วันนี้ถึง 2 มกราคม ศกหน้า เท่านั้น

บัตรของขวัญ PlayStation ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ จัดโปรโมชั่นสุดพิเศษ “Incredible Deals” พร้อมมอบของขวัญล้ำค่าสำหรับเหล่าเกมเมอร์ที่จะปลดล็อกโลกแห่งความสนุกไปกับบัตรของขวัญ PlayStation ที่สามารถเติมเงินเข้ากระเป๋าเงินดิจิทัล (E-Wallet) เพื่อนำไปซื้อสินค้าต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเกม, ส่วนเสริมของเกม, การสมัครสมาชิก หรือสิทธิประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมายจากหลากหลายเกมชั้นนำ อีกทั้งยังสามารถสั่งซื้อเกมและดาวน์โหลดเกมได้ล่วงหน้าทุกที่ ทุกเวลา จาก PlayStation™Store ซึ่งเป็นไลบรารีของ PlayStation ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
พิเศษสุด ๆ สำหรับลูกค้าที่ซื้อบัตรของขวัญ PlayStation ในราคา 1,000 และ 2,500 บาท จากร้านสะดวกซื้อชั้นนำทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็น เซเว่นอีเลฟเว่น, มินิ บิ๊กซี, แฟมิลี่มาร์ท, โลตัส เอ็กซ์เพรส และโลตัส โก เฟรช เพียงนำรหัสบาร์โค้ดของบัตรเติมเงิน มาลงทะเบียนที่ https://razergold.in.th/sony-giftcard-promotion/ รับฟรี! ของที่ระลึกสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับ lD Badge Holder โดยรหัสบาร์โค้ดของบัตรเติมเงิน 1 รหัส สามารถนำมาลงทะเบียนได้ 1 ครั้งเท่านั้น สามารถแลกรับของที่ระลึกได้แล้ววันนี้ถึง 2 มกราคม 2565 เท่านั้น

ผู้สนใจสามารถซื้อบัตรของขวัญ PlayStation ในราคา 1,000 บาท และ 2,500 บาท เพื่อรับของที่ระลึกสุดพิเศษได้แล้ววันนี้ที่ร้านสะดวกซื้อชั้นนำทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็น เซเว่นอีเลฟเว่น, มินิ บิ๊กซี, แฟมิลี่มาร์ท, โลตัส เอ็กซ์เพรส และโลตัส โก เฟรช สามารถดูรายละเอียด และข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ https://razergold.in.th/sony-giftcard-promotion/

อ้างอิง
https://www.itnews24hrs.com/2021/12/%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa/

สิบเรื่องเด่นเทคโนโลยีที่ผู้บริหารไอทีในประเทศไทยค้นหามากที่สุดในปี 2564

สิบเรื่องเด่นเทคโนโลยีที่ผู้บริหารไอทีในประเทศไทยค้นหามากที่สุดในปี 2564

ภาพจาก
https://www.ryt9.com/img/files/20211223/iq6e41953d8878dbeb25b670cf63d32d40.jpg

ในปี 2564 (1 มกราคม – 30 พฤศจิกายน 2564) Cybersecurity/security เป็นหัวข้อที่ผู้บริหารไอทีในประเทศไทยค้นหามากที่สุดใน Gartner.com ซึ่งสอดคล้องเทรนด์จากทั่วโลก

ผลสำรวจ Gartner 2021 CIO Agenda Survey พบว่าความปลอดภัยไซเบอร์มีความสำคัญสูงสุดสำหรับงบประมาณใหม่ โดย 61% ของ CIO มากกว่า 2,000 คนที่สำรวจ เพิ่มการลงทุนด้านความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ โดยมีการค้นหา “Cybersecurity” และ “Security” พุ่งสูงสุดในปีนี้ ในส่วนของประเทศไทยนั้น คำค้นหา “APIs และ Culture” ที่อยู่เป็น 10 อันดับแรกของประเทศ ไม่ติดอันดับ 10 คำค้นหาแรกของโลก

10 หัวข้อด้านไอทีที่ผู้บริหารไอทีในประเทศไทยค้นหามากที่สุดใน Gartner.com ระหว่าง 1 มกราคม – 30 พฤศจิกายน 2564

  1. Cybersecurity/security
  2. API/API management
  3. Data analytics
  4. Digital transformation
  5. Enterprise architecture
  6. Data governance
  7. RPA
  8. Cloud
  9. Culture
  10. DevOps

เช่นเดียวกับประเทศไทย เทรนด์การค้นหาใน Gartner.com เรื่อง Cybersecurity/security จากทั่วโลก ในปี 2564 (1 มกราคม – 30 พฤศจิกายน 2564) ได้รับความสนใจจากผู้บริหารไอทีทั่วโลกมากที่สุด

โดยที่การค้นหาเกี่ยวกับ “Cloud” และ “Digital Transformation” ติดอันดับ 2 และ 3 ในชาร์ทคำค้นที่มาแรงในปีนี้ เนื่องจากผู้บริหารด้านไอทียังมุ่งปรับเปลี่ยนการดำเนินงานในสองเรื่องนี้เป็นสำคัญเพื่อเร่งมือและเพิ่มประสิทธิภาพนำองค์กรไปสู่ความสำเร็จได้ท่ามกลางการแพร่ระบาด

10 หัวข้อด้านไอทีที่ผู้บริหารไอทีทั่วโลกค้นหามากที่สุดใน Gartner.com ระหว่าง 1 มกราคม – 30 พฤศจิกายน 2564

  1. Cybersecurity/security
  2. Cloud
  3. Digital transformation
  4. RPA
  5. AI
  6. Data governance
  7. Data analytics
  8. Change management
  9. Enterprise architecture
  10. DevOps

* การ์ทเนอร์ (Gartner, Inc.) (NYSE: IT) คือบริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาชั้นนำของโลก บริษัทฯ ให้ข้อมูลเชิงลึก คำแนะนำ และเครื่องมือต่าง ๆ แก่ผู้บริหารองค์กรธุรกิจ เพื่อรองรับการดำเนินภารกิจสำคัญที่มีอยู่ในปัจจุบันและสร้างองค์กรให้ประสบความสำเร็จในอนาคต การ์ทเนอร์ทำหน้าที่เป็นแหล่งข้อมูลที่เป็นกลางและเป็นที่ปรึกษาที่ได้รับความไว้วางใจจากองค์กรต่าง ๆ กว่า 14,000 แห่งในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมทุกส่วนงานสำคัญ ๆ ในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมและองค์กรทุกขนาด ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางของการ์ทเนอร์ในการช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจอย่างถูกต้องเพื่อขับเคลื่อนอนาคตของธุรกิจได้ที่ www.gartner.com

อ้างอิง
https://www.ryt9.com/s/prg/3284257

NVIDIA เผยผลทดสอบ NVIDIA BlueField ทุบสถิติความเร็วในการส่งข้อมูล

NVIDIA เผยผลทดสอบ NVIDIA BlueField ทุบสถิติความเร็วในการส่งข้อมูล

ภาพจาก 
https://www.techtalkthai.com/wp-content/uploads/2021/12/nvidia-bluefield-600x284.png

NVIDIA ได้เผยผลการทดสอบการใช้งาน BlueField-2 DPU ด้วยการใช้งานโปรโตคอล Network มาตรฐานร่วมกับซอฟต์แวร์ Open-source ที่ใช้ในงาน AI, Big Data และ HPC ทั่วไป มีความเร็วในการส่งข้อมูล 5 ล้าน IOPS สำหรับ block ขนาด 4KB และ 7-20 ล้าน IOPS สำหรับ block ขนาด 512B โดย BlueField-2 รองรับการส่งข้อมูลผ่าน NVMe over Fabrics (NVMe-oF), InfiniBand และ RDMA over Converged Ethernet (RoCE)

โดยการทดสอบใช้งาน Server HPE Proliant DL380 Gen 10 Plus จำนวน 2 เครื่อง เชื่อมต่อเข้าด้วยกันเพื่อเป็น Initiator และ Storage Target ซึ่ง Server แต่ละตัวติดตั้งหน่วยประมวลผล Intel “Ice Lake” Xeon Platinum 8380 พร้อมหน่วยความจำ 512GB และติดตั้ง NVIDIA BlueField-2 P-Series DPU จำนวน 2 ใบ เชื่อมต่อกันผ่าน 100Gb Ethernet จำนวน 4 port ทำให้ได้ Bandwidth รวม 400 Gb/s และมีการทดสอบการส่งข้อมูลหลายวิธี ได้แก่ SPDK, FIO plugin และการส่งข้อมูลผ่าน Upstream Linux Kernel

จากผลการทดสอบสามารถทำความเร็วได้สูงถึง 41.5 ล้าน IOPS ซึ่งสูงกว่า Optane SSD กว่า 4 เท่า ส่งผลให้ BlueField กลายเป็น Storage Solution ที่มี IOPS สูงที่สุดในโลก

อ้างอิง
https://www.techtalkthai.com/nvidia-benchmark-bluefield-world-record-performance/
https://www.servethehome.com/new-nvidia-bluefield-2-dpu-nvme-of-performance-faster-than-optane-ssds/https://blogs.nvidia.com/blog/2021/12/21/bluefield-dpu-world-record-performance/

AWS เปิดตัว Region ใหม่ในจาการ์ตา

AWS เปิดตัว Region ใหม่ในจาการ์ตา

ภาพจาก
https://www.techtalkthai.com/wp-content/uploads/2017/09/amazon_aws_logo_smile_banner.png

AWS ได้ประกาศเปิดตัว Region ใหม่ ap-southeast-3 ซึ่งตั้งอยู่ในจาการ์ตา เมืองหลวงของประเทศอินโดนีเซีย นับเป็น Region แห่งที่ 10 ที่อยู่ในเอเชีย เพื่อเป็นการตอบโจทย์ลูกค้าภายในประเทศให้สามารถเข้าถึงบริการต่างๆด้วย Latency ที่ต่ำ ปัจจุบันมีลูกค้ารายใหญ่ใช้งานเป็นจำนวนมาก เช่น Traveloka และ Holodoc

ที่ผ่านมา AWS ได้เปิดออฟฟิศในประเทศอินโดนีเซียมาตั้งแต่ปี 2018 โดยมีการร่วมมือกับทางรัฐบาลและพาร์ทเนอร์ในประเทศเพื่อฝึกอบรมทางด้าน Cloud Service ผ่านทางโครงการต่างๆ เช่น Laptops for builders, Scholarship programs และ AWS Training & Certification ปัจจุบันมีผู้มีความรู้ความสามารถทางด้านนี้มากกว่า 2 แสนคน

การเปิดตัวในครั้งนี้อยู่ในแผนการขยายธุรกิจ คาดว่าจะช่วยเพิ่มตำแหน่งงานมากกว่า 24,700 ตำแหน่ง โดยนับรวมตำแหน่งงานใน AWS supply chain ทั้งหมด นอกจากนี้ AWS ยังมีแผนการขยาย Availability Zone 24 อีกแห่ง และ Region อีก 8 แห่งในหลายประเทศ

อ้างอิง
https://www.techtalkthai.com/aws-open-new-region-in-jarkata/
https://aws.amazon.com/th/blogs/aws/now-open-aws-asia-pacific-jakarta-region/

 

ค้าปลีกไอทีเร่งแก้เกมโควิด อัพสาขานอกห้างลุยไอโอที

ค้าปลีกไอทีเร่งแก้เกมโควิด อัพสาขานอกห้างลุยไอโอที

ภาพจาก
https://www.prachachat.net/wp-content/uploads/2021/11/%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B9%84%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B5.jpg
ค้าปลีกไอที เเก้เกมโควิดลากยาว ไอทีซิตี้ เร่งเปิดสาขานอกห้างเพิ่ม 10-15 สาขา เติมสินค้าไลฟ์สไตล์ ฟากคอม 7 ลุยขยายสแตนด์อะโลนโฉมใหม่ พื้นที่ใหญ่ พร้อมเข้าบริหารพื้นที่ขาย “เพาเวอร์วัน” ในอินเด็กซ์ลิฟวิ่งมอลล์ ปูทางสร้างการเติบโตปีหน้า

นายโสภณ อิงค์ธเนศ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไอทีซิตี้ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผลจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่เกิดขึ้น ทำให้บริษัทต้องปรับตัวต่อเนื่อง ทั้งการเปิดสาขาชั่วคราวนอกห้าง (pop up store) การเปิดร้านหน้าบนอีมาร์เก็ตเพลซเพิ่มขึ้น

และแม้สถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 จะคลี่คลายขึ้น แต่แผนการขยายธุรกิจปี 2565 ก็ต้องมีการปรับเปลี่ยน เพื่อเตรียมพร้อมรองรับกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น

เร่งผุดสาขานอกห้าง

สำหรับการขยายสาขานั้น บริษัทยังคงเดินหน้าเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่อง โดยปี 2565 จะเปิดเพิ่มอีก 43 สาขา แต่มีการปรับกลยุทธ์ใหม่ เน้นการเปิดสาขารูปแบบสแตนด์อะโลนมากขึ้น โดยปีหน้าเตรียมขยายเพิ่ม 10-15 สาขา

ส่วนงบประมาณนั้นยังไม่สามารถให้รายละเอียดได้ เพราะขึ้นอยู่กับขนาดที่จะเปิด ซึ่งสาขาสแตนด์อะโลนก็จะมีทั้งขนาดใหญ่และเล็กแล้วแต่โลเกชั่น

ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ผลจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้บริษัทต้องปิดให้บริการสาขาในห้างลงชั่วคราวหลายระลอก ดังนั้นจำเป็นต้องปรับแผนการขยายสาขาใหม่ เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

นอกจากนี้ เตรียมจะเพิ่มสินค้ากลุ่มไอโอที สินค้าไลฟ์สไตล์มากขึ้น รวมถึงการเพิ่มน้ำหนักในการทำการตลาดผ่านออนไลน์มากขึ้น เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ย้ายขึ้นมาบนช่องทางออนไลน์เกือบหมดแล้ว
คอม7 ผุดสแตนด์อะโลน
นายถกล นิยมไทย Head of IT Business บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การแพร่ระบาดระลอก 3 ที่เกิดขึ้นปีนี้ ทำให้ต้องปิดสาขาในห้างลงชั่วคราวถึง 530 สาขาใน 29 จังหวัด หรือรายได้ของบริษัทหายไปถึง 70% ทำให้ต้องเร่งเปิดสาขา pop up store เพิ่ม 54 สาขา เพื่อรักษายอดขายใน 29 จังหวัด

แต่ก็ไม่สามารถทดแทนยอดขายที่หายไปได้ทั้งหมด ดังนั้นแนวโน้มการขยายสาขาปี 2565 จะเปิดสาขาใหม่ไม่ต่ำกว่า 100 สาขา ซึ่งจะเริ่มปรับรูปแบบการขยายสาขาใหม่ตั้งแต่ช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ ทั้งรูปแบบสแตนด์อะโลน pop up store การเพิ่มช่องทางขายใหม่ ๆ

โดยคาดว่าสิ้นปีนี้จะมีทั้งหมด 1,000 สาขา จากสิ้นไตรมาส 3 ปีนี้ที่มี 958 สาขา สำหรับรูปแบบสแตนด์อะโลนนั้น บริษัทเตรียมยกเครื่องใหม่ โดยเพิ่มพื้นที่ให้ใหญ่ขึ้น ครอบคลุมทุกหมวดสินค้า เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า สมาร์ทโฟน สมาร์ทโฮม เป็นต้น เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม และรองรับความไม่แน่นอนที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

บริหารพื้นที่ศูนย์เครื่องใช้ไฟฟ้า

นอกจากนี้ยังเข้าไปบริหารพื้นที่ศูนย์เครื่องใช้ไฟฟ้า “เพาเวอร์วัน” ในทุกสาขาในเครืออินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ และเพิ่มพอร์ตสินค้าใหม่มากขึ้น ทั้งสินค้ากลุ่ม 5G, IOT กลุ่มสมาร์ทโฮม เครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งมีแผนจะขยายทั้งหมด 30 สาขา

เฟสแรกจะเริ่มขยายตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนนี้รวม 15 สาขา และเดือนมกราคมปี 2565 จะเปิดอีก 15 สาขา แบ่งเป็นแฟลกชิปสโตร์ 2 สาขา ได้แก่ เกษตร-นวมินทร์ และบางนา อีก 28 สาขาจะกระจายทั่วประเทศ

อ้างอิง
https://www.prachachat.net/ict/news-803145

Via ยื่นร่างเอกสารขึ้นทะเบียนขอเปิดขายหุ้นให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก

Via ยื่นร่างเอกสารขึ้นทะเบียนขอเปิดขายหุ้นให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก

Via ประกาศในวันนี้ว่า บริษัทได้ยื่นเอกสารขึ้นทะเบียนฉบับร่างที่ไม่ต้องเปิดเผยบน Form S-1 ต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ (“SEC”) เกี่ยวกับข้อเสนอในการเปิดขายหุ้นสามัญของบริษัทให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก โดยยังไม่ได้กำหนดจำนวนหุ้นที่จะเปิดขายและช่วงราคาในการเปิดขายหุ้นครั้งนี้ และคาดว่าเอกสารขึ้นทะเบียนดังกล่าวจะมีผลหลัง SEC พิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งขึ้นอยู่กับเงื่อนไขทางตลาดและเงื่อนไขอื่น ๆ

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ไม่ได้เป็นข้อเสนอให้ขายหรือชักชวนให้ซื้อหลักทรัพย์ใด ๆ ข้อเสนอให้ขาย การชักชวนให้ซื้อ หรือการขายหลักทรัพย์ใด ๆ จะเป็นไปตามข้อกำหนดด้านการขึ้นทะเบียนของกฎหมายหลักทรัพย์ปี 1933 ฉบับแก้ไข (“กฎหมายหลักทรัพย์”) การประกาศครั้งนี้เป็นไปตามกฎข้อที่ 135 ของกฎหมายหลักทรัพย์

อ้างอิง
https://www.itnews24hrs.com/2021/12/via-%e0%b8%a2%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80/

GIGABYTE เปิดตัว Liquid Cooled High-Density Servers

GIGABYTE เปิดตัว Liquid Cooled High-Density Servers

ภาพจาก
https://www.techtalkthai.com/wp-content/uploads/2021/12/image1-600x315.jpeg

GIGABYTE Technology (TWSE: 2376) ผู้นำในอุตสาหกรรมเซิร์ฟเวอร์และเวิร์กสเตชันประสิทธิภาพสูง ประกาศเปิดตัว High-density Servers 2 โมเดลใหม่ ได้แก่ H262-ZL0 และ H262-ZL2 พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวโดยตรงสำหรับ CPU และอื่นๆ เซิร์ฟเวอร์ระบายความร้อนด้วยของเหลวได้รับการออกแบบมาเพื่อระบายความร้อนให้กับ CPU สูงสุดถึง 8 ตัวในแชสซี 2U 4 โหนด ให้การระบายความร้อนที่จำเป็นเพื่อให้แน่ใจว่าโปรเซสเซอร์ AMD EPYC™ 7003 รุ่น 280W สามารถทำงานได้อย่างเสถียรและมีศักยภาพสูงสุด ด้วยเหตุนี้ เซิร์ฟเวอร์ GIGABYTE H262 จึงมาพร้อมโซลูชันระบายความร้อนที่จัดทำโดย CoolIT Systems ทำให้การพัฒนาเซิร์ฟเวอร์ซีรีส์ H ที่มีหลายโหนดในแชสซีเดียวสามารถตอบสนองความต้องการของ HPC, HCI, การคำนวณในหน่วยความจำ และการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ต่างๆ ได้

เมื่อความหนาแน่นของแร็กเพิ่มขึ้นพร้อมกับ TDP ของชิปที่สูงขึ้น การระบายความร้อนด้วยอากาศจะมีราคาแพงมากขึ้นและหลายๆ ตัวไม่ได้ให้การระบายความร้อนที่เพียงพอ Direct Liquid Cooling เป็นตัวเลือกที่ดีกว่า มอบความเสถียรและประสิทธิภาพที่สูงขึ้นด้วยความสามารถของน้ำในการระบายความร้อนได้เร็วกว่าอากาศ โดยหลักแล้วตัวเลือกการระบายความร้อนด้วยของเหลวเกิดขึ้นเพื่อตอบสนองปริมาณงานของ Data Center ทาง GIGABYTE ได้ออกแบบเซิร์ฟเวอร์ 2 รุ่น คือ H262-ZL0 สำหรับการระบายความร้อนเฉพาะ CPU และ H262-ZL2 สำหรับการระบายความร้อน CPU, Memory และ NVIDIA Mellanox ConnectX®-6

การปรับสมดุลการระบายความร้อนอย่างมีประสิทธิภาพพร้อมไปกับความหนาแน่นและประสิทธิภาพของแร็กที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นความพยายามที่ GIGABYTE ต้องหาโซลูชันให้สำเร็จ  ด้วยเหตุนี้ GIGABYTE จึงร่วมมือกับผู้จำหน่ายหลายราย เพราะโซลูชันเดียวอาจไม่สามารถตอบสนองตอบทุกการใช้งานได้ สำหรับเซิร์ฟเวอร์ H262 ที่เพิ่งเปิดตัวใหม่เหล่านี้ GIGABYTE ได้ร่วมมือกับ CoolIT Systems (สำนักงานใหญ่อยู่ที่ เมืองคัลการี ประเทศแคนาดา) เพื่อออกแบบโซลูชันระบายความร้อนด้วยของเหลวโดยตรง (Direct Liquid Cooling Solution) เพื่อระบายความร้อนออกจากเซิร์ฟเวอร์ได้ดียิ่งขึ้น ตัวของ Coolant Distributions Units (CDU) และ Rack/Chassis Manifolds ก็เป็นของ CoolIT ซึ่ง CoolIT ได้ออกแบบและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์และ Cooling Solutions สำหรับอุตสาหกรรมเดสก์ท็อป และ Data Center มากว่า 20 ปี ด้วยเหตุนี้ CoolIT จึงยึดมั่นและมีการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยอย่างเข้มงวดและสอดคล้องกับ UL 62368-1 ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยใหม่สำหรับการรับรองอุปกรณ์ใน Data Center นอกจากการปฏิบัติตามข้อกำหนดแล้ว โซลูชันการระบายความร้อนของ CoolIT มีความเชื่อถือได้ ประสิทธิภาพสูง และแรงดันตกคร่อมต่ำ (Low Pressure Drop) ข้อต่อแบบปลดเร็วแบบแห้งที่ผลิตโดย Staubli และพันธมิตรหลักอื่นๆ มอบสิ่งที่ดีที่สุดในการผลิตที่แม่นยำและมาพร้อมกับชื่อเสียงที่เชื่อถือได้ เพื่อรองรับปริมาณงานที่มีความต้องการสูงใน Data Center

ภาพจาก 
https://www.techtalkthai.com/wp-content/uploads/2021/12/gigabyte_liquid_cooled_hd_servers_2.jpg

H262 Series

เซิร์ฟเวอร์ GIGABYTE ซีรีส์ H262 แบบ 2U 4 โหนด ที่มาพร้อมการระบายความร้อนด้วยของเหลวโดยตรง โดยทั่วไปแล้วจะรองรับโปรเซสเซอร์ AMD EPYC Gen 3 ได้สูงถึง 200 – 280W ขึ้นอยู่กับจำนวนไดรฟ์ด้านหน้า โดยปกติ หากแผงด้านหน้ามีทั้งหมด 24 ไดรฟ์จะสามารถรองรับ CPU ที่มี TDP สูงถึง 200W หากจำนวนไดร์ฟลดลงเหลือ 8 จะสามารถรองรับโปรเซสเซอร์ได้ถึง 280W เป็นผลจากช่อวว่างด้านหน้าที่ช่วยเพิ่มการระบายอากาศ แต่ H262 ใหม่สองตัวนี้ที่มาพร้อมกับระบบ Direct Liquid Cooling สามารถรองรับไดรฟ์ได้ถึง 24 x U.2 (Gen4) ที่ด้านหน้าและ CPU ถึง 8 x 280W TDP ภายในแชสซี 2U ที่หนาแน่นของ H262 โดยไม่ต้องเลือกระหว่างความหนาแน่นกับประสิทธิภาพการระบายความร้อน

ภาพจาก
https://www.techtalkthai.com/wp-content/uploads/2021/12/gigabyte_liquid_cooled_hd_servers_3-600x360.png

โดยทั่วไปสำหรับระบบทำความเย็นที่นั้นมีตัวเลือกที่หลากหลายตามความต้องการของระบบและโหลดความร้อนของแร็ก สำหรับแร็กเดี่ยวหรือเซิร์ฟเวอร์เดียว สามารถติดตั้ง CDU เดียว (Cooling Capacity 7 – 10kW) ในแร็กเดียวกันและทำให้ระบบทำงานได้ ทำให้เย็นลงโดยไม่ต้องใช้น้ำในโรงงาน หากมีหลายชั้นวาง CDU อาจเพียงพอ อย่างไรก็ตาม หากมีน้ำในอาคาร สามารถใช้ได้เพื่อช่วยขจัดความร้อนออกจาก Data Center

“ลูกค้าของเราได้รับการถามหาโซลูชันระบายความร้อนด้วยของเหลวและเรารู้สึกขอบคุณที่ได้ร่วมมือกับ CoolIT Systems เพื่อส่งมอบการระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพ เซิร์ฟเวอร์ H262 ความหนาแน่นสูงใหม่เป็นคลื่นลูกแรกของเซิร์ฟเวอร์ GIGABYTE ที่มีชุดระบายความร้อนด้วยของเหลวโดยตรงและได้แสดงประสิทธิภาพที่น่าประทับใจใน การทดสอบของเรา … การผสมผสานเทคโนโลยีระบายความร้อนด้วยของเหลวของ CoolIT Systems เข้ากับเซิร์ฟเวอร์ GIGABYTE H262 จะช่วยให้มั่นใจได้ถึงประสิทธิภาพและความพร้อมใช้งานสูง และการรับประกันโดย GIGABYTE และ CoolIT” — Alan Chen, AVP of Network & Communication Business Unit ของ GIGABYTE กล่าว

“การร่วมมือกับ GIGABYTE นี้ทำให้ CoolIT สามารถมอบโซลูชันล้ำสมัยที่รวมเอาโซลูชันการระบายความร้อนด้วยไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูงและใช้ไฟต่ำแก่เหล่าผู้นำในการออกแบบ Data Center … การระบายความร้อนด้วยของเหลวได้กลายเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับการปรับขนาดได้” — Brandon Peterson รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ CoolIT Systems กล่าว

อ้างอิง
https://www.techtalkthai.com/gigabyte-introduces-liquid-cooled-high-density-servers/

Apple เล็งขยายทีมเพิ่ม สำหรับพัฒนาชิปเซตไร้สาย ลดการพึ่งพิงบริษัทภายนอก

Apple เล็งขยายทีมเพิ่ม สำหรับพัฒนาชิปเซตไร้สาย ลดการพึ่งพิงบริษัทภายนอก

ภาพจาก 
https://image.bestreview.asia/wp-content/uploads/2020/09/apple-store-1.jpg

แอปเปิล (Apple) เตรียมเพิ่มขนาดของทีมพัฒนาชิปเซตไร้สาย โดยเล็งตั้งออฟฟิศแห่งใหม่บริเวณแคลิฟอร์เนียตอนใต้ หวังผลิตชิปเซตในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เอง ลดการพึ่งพิงพาร์ทเนอร์ภายนอกบริษัท

รายงานของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก เปิดเผยว่า แอปเปิล กำลังพิจารณาว่าจ้างวิศวกรเพิ่มเติม สำหรับสำนักงานแห่งใหม่ บริเวณแคลิฟอร์เนียตอนใต้ โดยมุ่งเน้นในด้านการผลิตชิปเซตไร้สาย ซึ่งประกอบไปด้วยวิทยุไร้สาย, วงจรความถี่วิทยุ รวมถึงเซมิคอนดักเตอร์สำหรับเชื่อมต่อกับบลูทูธและไวไฟ

ปัจจุบัน แอปเปิลผลิตชิปเซตซีพียูได้ด้วยตัวเองเรียบร้อยแล้ว โดยรู้จักกันดีในชื่อ Apple M1, Apple M1 Pro และ Apple M1 Max มีให้ใช้งานบน MacBook Air และ MacBook Pro ซึ่งทำให้อินเทล (Intel) ที่รับหน้าที่ผลิตชิปเซตให้กับคอมพิวเตอร์ของแอปเปิล ได้รับผลกระทบพอสมควร

การที่แอปเปิลหันมาผลิตชิปเซตด้วยตัวเอง นั่นเป็นเพราะพวกเขาต้องการลดการพึ่งพิงบริษัทพาร์ทเนอร์ที่อยู่ภายนอกบริษัท ซึ่งชิปเซตไร้สายต่างๆ ที่ใช้ในอุปกรณ์ของแอปเปิล พวกเขาได้ว่าจ้างบริษัท Broadcom Inc. และ Skyworks Solutions Inc. ทำหน้าที่จัดหาชิปเซตไร้สาย

อย่างไรก็ดี แอปเปิล ปฏิเสธข่าวการขยายทีม สำหรับการผลิตชิปเซตไร้สาย ตามการรายงานของบลูมเบิร์ก.

อ้างอิง
https://www.thairath.co.th/news/tech/2269136
https://www.bloomberg.com/news/articles/2021-12-16/apple-builds-team-in-new-office-to-bring-wireless-chips-in-house

LG DualUp Monitor จอ 16:18 สำหรับสายครีเอทีฟที่ชอบทำงานแบบ multitasking

LG DualUp Monitor จอ 16:18 สำหรับสายครีเอทีฟที่ชอบทำงานแบบ multitasking

ภาพจาก https://cdn.vox-cdn.com/thumbor/O7AssSaJgi3eX1qI2BAJv704KRU=/0x0:2080x1289/1200x0/filters:focal(0x0:2080x1289):no_upscale()/cdn.vox-cdn.com/uploads/chorus_asset/file/23118778/dualup.jpg

LG กลับมาแล้วพร้อมกับหน้าจอรุ่นใหม่ระดับพรีเมียม มุ่งเป้าไปที่กลุ่มมืออาชีพวงการศิลปะและเหล่าครีเอทีฟสาย Multitasking โดยเผยรายละเอียดหน้าจอจำนวน 2 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ LG UltraFine Display (32UQ85R) และ LG DualUp Monitor (28MQ780) ที่มีความแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร

LG DualUp Monitor คือจอขนาด 28 นิ้ว ออกแบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเพราะมาพร้อม 2 หน้าจอในหนึ่งเดียว ด้วยอัตราส่วน 16:18 หรือหากมองในอีกมุมหนึ่งก็คือหน้าจออัตราส่วน 16:9 จำนวน 2 จอเรียงซ้อนกันบน-ล่างแบบไม่มีขอบกั้นระหว่างกันนั่นเอง

จอรุ่นนี้เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ชอบทำงานแบบ multi-tasking และต้องการเห็นแอปพลิเคชันหลาย ๆ แอปในเวลาเดียวกัน เข้ากับฟีเจอร์ Snap Layouts และ Snap Groups ของ Windows 11 ได้อย่าง

หน้าจอของ DualUp Monitor นั้นมีความละเอียด 2560 x 2880 ซึ่ง LG เรียกว่า ‘Square Double Quad HD resolution’ ทั้งยังผ่านมาตรฐาน DCI-PC ที่ 98% สามารถปรับความสว่างสูงสุดได้ 300 nits (โดยสามารถปรับความสว่างแบบอัตโนมัติได้) และอัตราส่วนคอนทราสต์ 1000:1

รายละเอียดอื่น ๆ ของ DualUp Monitor ได้แก่

  • รองรับ HDR 10 และมีลำโพง 7W แบบ built-in ติดตั้งมา 2 ตัว
  • USB Type-C จำนวน 1 พอร์ต, DisplayPort Alt Mode, พอร์ต HDMI 2 พอร์ต, DisplayPort 1 พอร์ต, Upstream USB 1 พอร์ต และ downstream USB 2 พอร์ต
  • ตัวขาตั้งยังสามารถปรับระดับได้ทั้งความสูง (height), มุมเงย (tilt), มุมเอียงหน้าจอ (pivot), และหมุนมุมองศาบริเวณขาตั้ง (swivel) ได้

สำหรับ UltraFine Display จะเป็นหน้าจอขนาดมาตรฐาน 32 นิ้ว, อัตราส่วน 16:9, มีความละเอียดแบบ 4K (3840 x 2160) และได้มาตรฐาน DCI-PC ที่ 98% โดยปรับความสว่างสูงสุดได้ 400 nits และมีอัตราส่วนคอนทราสต์ที่ 2000:1 รวมถึงมี DisplayHDR400 ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์แบบ HDR ในขณะที่ใช้หน้าจอนี้

ภาพจาก 
https://cdn.vox-cdn.com/thumbor/eWpj-uDNUlE9B3-beADA7cu0WBE=/0x0:1170x766/1200x0/filters:focal(0x0:1170x766):no_upscale()/cdn.vox-cdn.com/uploads/chorus_asset/file/23118803/LG_UltraFine_Lifestyle_00.jpg

ฟีเจอร์อื่น ๆ ของ LG UltraFine Display ได้แก่ การปรับเทียบสีอัตโนมัติ (self-calibration for color) และระบบ AMD FreeSync โดยมีลำโพงสเตอริโอ 5W ติดมาด้วย 2 ตัว

การปรับระดับของรุ่นนี้จะสามารถปรับความสูง (height), มุมเงย (tilt), มุมเอียงหน้าจอ (pivot), แต่จะไม่สามารถหมุนองศาขาตั้ง (swivel) ได้เหมือนอย่าง LG DualUp Monitor

ณ ตอนนี้ LG ยังไม่มีการประกาศวันวางขายและราคาของทั้ง 2 รุ่น ดังนั้นเราคงต้องติดตามรายละเอียดกันต่อไปในอนาคต

อ้างอิง
https://www.beartai.com/news/itnews/891989
https://www.xda-developers.com/lg-premium-moniotrs-dualup-ultrafine-ces-2022/